cu1eY6tMr8FthXt7lwvJ14tuZ2RIDLJnLlsMenuhpRfyLSOXrRyM8fvNU6VHnRHEnKGgojn0G4KwJxuB8ufiemYKccgtYKm9Y0US247-SNNgp5xhmye5tInm-bWjdCrk4mhxPSF2uk9OEqgRsxlZNsKGDUx3C-DODLh9eMVJ9hjurL2mt2pFkRm19rxJUj

เวลาไปเที่ยวทะเลแล้วดำน้ำดูปะการังเพลินๆ เคยเห็นเจ้ากิ่งก้านสีเหลืองมัสตาร์ดหรือสีน้ำตาลอ่อนที่มีปลายยอดเป็นสีขาวสว่างกันบ้างไหม? เห็นสวยๆ แบบนั้น ขอเตือนไว้ก่อนเลยว่า อย่าเพิ่งเผลอไปแตะต้องเข้าเชียว เพราะสิ่งที่เห็นอาจไม่ใช่ปะการังธรรมดา แต่มันคือ "ปะการังไฟ" ที่ขึ้นชื่อเรื่องความแสบร้อนสมชื่อเลย ซึ่งหากดูเผินๆ อาจจะคล้ายกับปะการังแข็งทั่วไปจนแยกไม่ออก 

ทำความรู้จัก ปะการังไฟ คืออะไร? 

แม้จะมีชื่อว่าปะการังและมีโครงสร้างแข็งที่เป็นหินปูน แต่ในทางชีววิทยาแล้ว ปะการังไฟไม่ใช่ปะการังแท้ แต่เป็นสัตว์ในกลุ่ม Hydrozoans ซึ่งมีความใกล้ชิดกับแมงกะพรุนมากกว่าปะการังทั่วไป (Scleractinia)เราสามารถพบปะการังไฟได้ใน 3 ลักษณะเด่นๆ คือ

แบบแผ่น (Platy): มีลักษณะเป็นแผ่นแบนซ้อนกัน

แบบกิ่งก้าน (Branching): แตกกิ่งก้านคล้ายปะการังเขากวาง

แบบเคลือบผิว (Encrusting): เคลือบไปตามโขดหินหรือวัตถุใต้น้ำ

ส่วนสีสันที่สังเกตได้ชัดคือสีเหลืองมัสตาร์ด สีน้ำตาลอ่อน หรือสีส้ม โดยบริเวณปลายยอดมักจะมีสีขาวซีดหรือสีขาวสว่าง พวกมันมักอาศัยอยู่ในแนวปะการังน้ำตื้นที่มีกระแสน้ำไหลผ่านดี เพื่อดักจับอาหารที่ลอยมากับน้ำ

ทำไมถึงชื่อว่า "ปะการังไฟ"?

ชื่อนี้ไม่ได้มาจากสีสันของมัน แต่มาจาก เข็มพิษ(Nematocysts)ขนาดเล็กจิ๋วจำนวนมหาศาลที่อยู่บนผิวสัมผัส ถ้าผิวเราไปโดนเข้าแม้เพียงนิดเดียวจะได้รับพิษเข้าสู่ผิวทันทีและเกิดอาการแสบร้อนเหมือนไฟลวก จะรู้สึกปวดแสบปวดร้อนทันทีเหมือนโดนของร้อนหรือโดนตำบริเวณที่สัมผัสจะบวมพอง แดง และอาจกลายเป็นแผลไหม้พุพองได้ ในบางรายที่มีอาการแพ้รุนแรงอาจมีไข้หรือคลื่นไส้ร่วมด้วย อีกทั้งยังทิ้งรอยแผลเป็น หากดูแลแผลไม่ดี 

วิธีปฐมพยาบาลเมื่อพลาดไปสัมผัส

หากเกิดอุบัติเหตุไปโดนเข้า สิ่งแรกที่ต้องทำคือ ตั้งสติ และทำตามขั้นตอนดังนี้

ใช้น้ำทะเลล้างเท่านั้น: ห้ามล้างด้วยน้ำจืดเด็ดขาด เพราะน้ำจืดจะไปกระตุ้นให้เข็มพิษที่ยังไม่ทำงานแตกตัวและปล่อยพิษเพิ่มขึ้น

น้ำส้มสายชูช่วยได้: ราดน้ำส้มสายชูต่อเนื่องประมาณ 30 วินาที เพื่อยับยั้งการทำงานของเข็มพิษ

นำเศษที่ติดอยู่ออก: หากมีเศษปะการังติดอยู่ ให้ใช้คีมคีบออก ห้ามใช้มือเปล่าถูเด็ดขาด

ห้ามแกะเกา: เพื่อป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน

รีบพบแพทย์: หากมีอาการหายใจลำบาก หรือแผลอักเสบมาก ให้รีบไปพบแพทย์ทันที

เที่ยวทะเลให้สนุกแบบผิวไม่พัง

วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือการรักษาระยะห่าง "ดูแต่ตา มืออย่าต้อง" เพื่อความปลอดภัยของทั้งตัวเราและระบบนิเวศ แต่ในจังหวะที่มีคลื่นซัด อุบัติเหตุย่อมเกิดขึ้นได้ การสร้างเกราะป้องกันให้ผิวไว้ก่อนจึงสำคัญมากเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีนวัตกรรมป้องกันเข็มพิษอย่าง Safe Sea ซึ่งจะช่วยสร้างชั้นฟิล์มปกป้องผิว ทำให้คุณอุ่นใจแม้เผลอไปสัมผัสกับพิษของทั้งแตนทะเล แมงกะพรุน และปะการังไฟ ที่สำคัญยังเป็นกันแดดรักษ์ปะการัง ที่ไม่ทำร้ายระบบนิเวศที่คุณไปเยี่ยมชมอีกด้วย