Atolla-wyvillei-1030x689

  • แมงกะพรุนกลับหัว (Upside-down Jellyfish)
  • แมงกะพรุนไข่ดาว (Fried Egg Jellyfish, Mediterranean Jellyfish)
  • แมงกะพรุนไข่แดง (Egg-yolk Jellyfish)
  • แมงกะพรุนหางจิ้งจก (Lizard-tail Jellyfish)
  • แมงกะพรุนแผงคอสิงโต (Lion’s Mane Jellyfish)
  • แมงกะพรุนอมตะ (Immortal Jellyfish)
  • แมงกะพรุนหมวกซานตาคลอส (Santa’s Hat Jellyfish, Helmet Jellyfish)
  • แมงกะพรุนยูเอฟโอ (Flying Saucer Jellyfish, Deep-Sea Crown Jelly)
  • แมงกะพรุนไต่ใบไม้ (Leaf-crawler Jellyfish)
  • แมงกะพรุนกะหล่ำดอก (Cauliflower Jellyfish, Crown Jellyfish)
  • แมงกะพรุนหมวกดอกไม้ (Flower Hat Jelly)
  • แมงกะพรุนดาร์ธเวเดอร์ (Darth Vader Jellyfish)
  • แมงกะพรุนกล่องออสเตรเลีย (Australian Box Jellyfish, Sea Wasp)
  • แมงกะพรุนกล่องอิรุคันจิ (Irukandji jellyfish)
  • แมงกะพรุนไฟหมวกโปรตุเกส (Portuguese Man’O War, Blue bottle Jellyfish)
  • หวีวุ้นนักตีลังกา (Sea Gooseberry)
  • สุดยอดแห่งความยาว – Giant Siphonophore

Upside-Down-Jellyfish-1280px-Cassiopea_andromeda_-_Mangrovenqualle-1030x656

ชื่อวิทยาศาสตร์: Cassiopea spp.
หมวดหมู่: Phylum Cnidaria >> Class Scyphozoa >> Order Rhizostomeae
สถานที่พบ: ชายฝั่งน้ำตื้นเขตร้อน

เจ้าแมงกะพรุนในสกุลนี้มีความอินดี้และน่าอิจฉา แม้ว่าพวกมันจะว่ายน้ำได้ แต่เธอไม่ว่ายจ้า… วันๆ เธอเอาแต่นอนเอนหลังติดพื้นทะเล ยืดหดลำตัวผลุบๆ เป็นจังหวะ เพื่อให้กระแสน้ำไหลผ่านเนื้อเยื่อ

ส่วนการหากินนั้น นางก็สุดแสนสบาย ไม่ต้องว่ายน้ำหากินเหมือนใครเขา เพราะในเนื้อเยื่อของนางจะมีสาหร่ายเซลล์เดียวที่ชื่อ Zooxanthellae (เป็นสาหร่ายเซลล์เดียวกลุ่มเดียวกับที่อาศัยอยู่ในเนื้อเยื่อปะการัง) เป็นแม่ครัวส่วนตัว ทำหน้าที่สังเคราะห์แสงและส่งพลังงานให้มัน โดยกว่า 90% ของพลังงานที่มันใช้ก็มาจากแม่ครัวพวกนี้

ร่างกายของแมงกะพรุนกลับหัวก็ช่างวิวัฒนาการมาให้เหมาะสมกับชีวิตติดพื้นแบบนี้เหลือเกิน ทั้งร่มที่แบนราบ และแขนรอบปากที่แผ่ออกด้านข้างแนวขนานกับพื้นแทนที่จะตั้งฉาก เพื่อเพิ่มพื้นที่รับแสงให้มากขึ้น เรียกได้ว่า เป็นแมงกะพรุนที่เกินมาเพื่อนั่งกินนอนกินโดยแท้

หากอยากเห็นเธอ ต้องตั้งใจมองหาที่พื้นทะเลดีๆ เพราะหากมองผ่านๆ อาจนึกว่าเป็นสาหร่ายได้

Fried-Egg-Jellyfish-Spiegeleiqualle

ชื่อวิทยาศาสตร์: Cotylorhiza tuberculata
หมวดหมู่: Phylum Cnidaria >> Class Scyphozoa >> Order Rhizostomeae
สถานที่พบ: ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน, ทะเล Aegean Sea, ทะเล Adriatic


นี่คือไข่ดาวใต้ทะเล!… หากมีโอกาสได้เจอจงดีใจ เพราะเธอไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ และถ้าหากลองมองให้ดีๆ อาจเห็นปลาน้อยๆ โผล่หน้าออกมาจากกิ่งก้านของแขนรอบปาก ปลาพวกนี้อาศัยอยู่ที่นี่ เพื่อใช้แมงกะพรุนเป็นบังเกอร์กำบังภัยจากผู้ล่ามากมายในทะเล


เจ้าไข่ดาวนี้ ร่มของมันอาจกว้างได้ถึง 40 เซนติเมตร แต่โดยมากมักไม่เกิน 20 เซนติเมตร นางกินแพลงก์ตอนเป็นอาหารหลัก แถมในเนื้อเยื่อก็มีสาหร่าย Zooxanthellae เป็นแม่ครัวส่วนตัว ช่วยสังเคราะห์แสงส่งอาหารให้เช่นเดียวกับปะการัง ช่วงกรกฎาคมถึงพฤศจิกายนคือช่วงที่มีโอกาสเห็นเจ้าไข่ดาวเป็นจำนวนมาก เพราะเป็นช่วงที่ polyp แตกหน่อออกมาเป็น Medusa พร้อมๆ กัน


นอกจากนั้น เจ้าไข่ดาวยังถูกศึกษาในฐานะความหวังของการรักษามะเร็งเต้านมบางชนิด ด้วยสารบางอย่างจากมันที่มีคุณสมบัติในการฆ่าเซลล์มะเร็งบางชนิดแบบเฉพาะเจาะจง โดยไม่ทำลายเซลล์ที่ดี แต่ก็ต้องศึกษาเพิ่มเติมต่อไป


Fried-Egg-Jellyfish-1280px-Spiegeleikwal_voor_de_westkust_van_Sardinië

Egg-Yolk-Jellyfish-5129967574_da01215f3c_b

ชื่อวิทยาศาสตร์: Phacellophora camtschatica
หมวดหมู่: Phylum Cnidaria >> Class Scyphozoa >> Order Semaeostomeae
สถานที่พบ: มหาสมุทรแอตแลนติก, มหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออกในเขตอบอุ่น, ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

บางครั้งเจ้านี่ก็ถูกเรียกว่า ‘แมงกะพรุนไข่ดาว’ (Fried Egg Jellyfish) แต่สิ่งที่ทำให้เจ้าตัวนี้ต่างจากไข่ดาวตัวก่อนหน้าก็คือ เจ้าไข่แดงตัวนี้มีหนวดที่ยาวเฟื้อย – ซึ่งอาจยาวได้ถึง 6 เมตร – เอาไว้ดักจับอาหารจำพวกแมงกะพรุนเล็กๆ, หวีวุ้น, Salp ที่ลอยโง่ๆ มาติดหนวดกิน

หากมีโอกาสได้เจอ ขอให้ลองสังเกตบนร่มของมันดีๆ อาจได้เจอลูกปูหรือพวกแอมฟิพอดโดยสารอยู่ สัตว์น้อยๆ พวกนี้ชอบเกาะแมงกะพรุนเพื่อเดินทางไปที่ใหม่ๆ โดยไม่ต้องเปลืองแรงว่ายน้ำเอง แถมบางทียังขโมยกินเศษอาหารเหลือๆ ที่ติดตามหนวดหรือแขนรอบปากของแมงกะพรุนด้วย…

แมงกะพรุนชนิดนี้มีพิษไม่ร้ายแรง เจอแล้วไม่ต้องกลัวจ้า

ข้อมูล: https://www.inaturalist.org/taxa/52966-Phacellophora-camtschatica

ภาพ: Flickr.com

Lizard-tail-Jellyfish-5456797215_e4131a1a94_b

ชื่อวิทยาศาสตร์: Colobonema sericeum
หมวดหมู่: Phylum Cnidaria >> Class Hydrozoa >> Order Trachymedusa
สถานที่พบ: ทั่วโลก

ในโลกใต้ทะเลลึกที่เต็มไปด้วยนักล่าหิวกระหาย ทุกชีวิตต่างวิวัฒนาการกลยุทธ์เพื่อเอาชีวิตรอด และดูเหมือนว่าเจ้าแมงกะพรุนชนิดนี้จะได้แรงบันดาลใจมาจากจิ้งจก !

เมื่อใดก็ตามที่มันถูกโจมตีจนเข้าขั้นจวนตัว มันจะสลัดหนวดทิ้ง แล้วหนวดนั้นก็จะดิ้นกระดุกกระดิก แถมเรืองแสงสีฟ้า ดึงดูดความสนใจของผู้ล่า ไม่ต่างอะไรจากจิ้งจกทิ้งหางรักษาชีวิต ส่วนตัวมันเองก็อาศัยจังหวะชุลมุนผลุบหนีไป และงอกหนวดขึ้นมาใหม่ ใช้ชีวิตต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น


อ้างอิง: หนังสือ Jellyfish: A Natural History (เขียนโดย Lisa-ann Gershwin)

Lions-Mane-Jellyfish-29867296417_87ba86ab90_h-1030x687


ชื่อวิทยาศาสตร์: Cyanea spp.
หมวดหมู่: Phylum Cnidaria >> Class Scyphozoa >> Order Semaeostomeae
สถานที่พบ: บริเวณน้ำเย็น เช่น ทะเลอาร์กติก แปซิฟิกเหนือ แอตแลนติกเหนือ

นี่คือสกุลของแมงกะพรุนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เจ้าของหนวดยาวรุงรังนับร้อยเส้น ซึ่งอาจยาวได้ถึง 30 เมตร พอๆ กับวาฬสีน้ำเงินเลยทีเดียว

บางชนิดในแอตแลนติกเหนือมีร่มกว้างถึง 3 เมตร แต่แม้ว่ามันจะมีขนาดมหึมาน่าเกรงขาม แต่เจ้าวุ้นสิงโตกลับไม่เป็นอันตรายต่อคนอย่างที่คิด ด้วยพิษที่ไม่แรงมาก (แต่ก็แสบๆ คันๆ เหมือนกัน) ยกเว้นบางชนิดที่พบแถวเกาะอังกฤษ สายพันธุ์ C. capillata ที่สามารถทำให้คนถึงแก่ความตายได้ และเจ้านี่ก็เคยรับบทเป็นฆาตรกรในเรื่องเชอร์ล็อกโฮล์มมาแล้ว

Lions-Mane-Jellyfish-253773756_4a74bde551_o

อ้างอิง: หนังสือ Jellyfish: A Natural History (เขียนโดย Lisa-ann Gershwin)

46636_turritopsis-nutricula-from-brazil-by-alvaro-e-migotto-http-cifonauta-cebimar-usp-br-photo-2181 (1)

หมวดหมู่: Phylum Cnidaria >> Class Hydrozoa >> Order Anthoathecata
สถานที่พบ: ชายฝั่งญี่ปุ่น, บางพื้นที่ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน (ชายฝั่งอิตาลี, กรีซ, โครเอเชีย)

แม้ว่าจะมีขนาดเพียงแค่เมล็ดถั่ว หน้าตาไม่ได้โดดเด่น แต่เธอคือผู้มีมนตร์วิเศษแห่งการย้อนวัย ชนิดที่ไม่ต้องพึ่งศัลยกรรมดึงหน้า

เมื่อแมงกะพรุนชนิดนี้เริ่มแก่ ร่างกายเกิดความเสียหาย หรือสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม ลำตัวและหนวดของมันจะหดเล็กลงจนดูเหมือนหายไป เนื้อเยื่อค่อยๆ จมสู่พื้นทะเล แต่แทนที่เซลล์เหล่านั้นจะเน่าสลายเหมือนสัตว์ที่ตาย เซลล์เหล่านั้นกลับจัดเรียงตัวใหม่ กลายเป็น Polyp หรือระยะวัยอ่อนอีกครั้ง (นึกภาพเหมือนกบแก่ๆ ที่แปลงร่างกลับเป็นลูกอ๊อด) แล้วเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกรอบ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์พบว่ามันสามารถทำแบบนี้ซ้ำๆ ได้นับสิบๆ ครั้ง และเชื่อว่าสามารถทำได้เรื่อยๆ ไม่จำกัดด้วย!

ส่วนเหตุผลที่ทำให้แมงกะพรุนชนิดนี้ไม่ลอยอยู่เต็มทะเลก็คือถูกกินนั่นเอง!

อย่างไรก็ตาม แมงกะพรุนชนิดนี้หาภาพถ่ายได้ยากมาก ภาพที่ปรากฏในหน้านี้ เป็นญาติสนิทที่ชื่อว่า Turritopsis nutricula ซึ่งยังไม่สามารถทดสอบได้ว่า มีคุณสมบัติการย้อนวัยเหมือน Turritopsis dohrnii หรือไม่ แต่มีหน้าตาละม้ายคล้ายกันชนิดที่นักวิจัยก็ยังหลงสลับไปมาอยู่ด้วย (เราจึงขอใช้ภาพสายพันธุ์นี้แทนตัวจริงไปก่อนนะ)

ส่วนภาพถ่ายที่ค้นหาได้จากอินเทอร์เน็ตส่วนใหญ่ จะเป็นญาติสนิทอีกสายพันธุ์หนึ่งที่ชื่อว่า Turritopsis rubra ซึ่งไม่มีคุณสมบัติการย้อนวัยแต่อย่างใด (ขอใช้พื้นที่นี้ แก้ไขความเข้าใจผิดของเว็บส่วนใหญ่นะ) ภาพถ่ายที่ว่าเป็นดังภาพนี้

22558_turritopsis-rubra-medusa-copright-p-schuchert

อ้างอิง:

Periphylla_periphylla-GOA-1200x750

ชื่อวิทยาศาสตร์: Periphylla periphylla
หมวดหมู่: Phylum Cnidaria >> Class Scyphozoa >> Order Coronatae
สถานที่พบ: น้ำลึกทั่วโลก แต่ปัจจุบันนี้เริ่มรุกรานมาที่บริเวณน้ำตื้นแถบนอร์เวย์ในช่วงกลางคืนด้วย

นี่คือแมงกะพรุนน้ำลึกในทะเลอันดำมืด ผู้สามารถกะพริบแสงได้ราวกับไฟคริสต์มาส โดยนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า การกะพริบแสงของมันมีไว้เพื่อเตือนผู้ล่าให้กลัวและล่าถอย
นอกจากนั้น สีแดงที่ส่วนกระเพาะของมันยังมีเหตุผล นั่นคือการพรางตัว!

ที่มาที่ไปมีอยู่ว่า แพลงก์ตอนหลายชนิดที่เจ้าแมงกะพรุนกลืนลงท้องยังไม่ตาย แถมสามารถเรืองแสงได้ ซึ่งนั่นอาจเป็นการเรียกผู้ล่ามาหามัน ทางเดินอาหารสีแดงจึงเปรียบเสมือนเกราะกำบัง เพราะสีแดงเป็นสีที่มองไม่เห็นในทะเลลึก เพราะช่วงความยาวคลื่นของแสงสีแดงถูกดูดกลืนไปหมด

อ้างอิง: หนังสือ Jellyfish: A Natural History (เขียนโดย Lisa-ann Gershwin)
ภาพ: http://www.arcodiv.org/watercolumn/cnidarian/Scyphomedusae.html

Atolla-wyvillei-1030x689

ชื่อวิทยาศาสตร์: Atolla spp.
หมวดหมู่: Phylum Cnidaria >> Class Scyphozoa >> Order Coronatae
สถานที่พบ: น้ำลึกทั่วโลก

นี่คืออีกหนึ่งสกุลแมงกะพรุนน้ำลึกที่มีความพิเศษ ซึ่งนอกจากรูปร่างหน้าตาจะเหมือน UFO แล้ว มันยังสามารถกะพริบจุดแสงเรืองสีฟ้าไล่วนเป็นวงรอบๆ ขอบของร่ม ในยามที่มันรู้สึกว่ามีศัตรูเข้ามาใกล้ ได้อีกด้วย ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าสัญญาณจุดแสงสีฟ้านี้ แทนที่จะเอาไว้ไล่ศัตรูไปไกลๆ กลับน่าจะวิวัฒนาการขึ้นมาเพื่อเรียกหาสัตว์ผู้ล่าตัวที่ใหญ่กว่า เพื่อมาข่มขู่หรือจัดการกับศัตรูตัวแรกแทน

เทคนิคการใช้แสงเรืองสีฟ้ารอบขอบของร่มหนวดนี้ เป็นแรงบันดาลใจ Dr. Edith Eidder พัฒนาระบบติดตามที่เรียกว่า “Eye in the Sea” ขึ้นมา โดยนอกจากจะใช้ไฟสีแดงอ่อนซึ่งไม่รบกวนทะเลลึกแล้ว เธอยังติดไฟวงแหวนสีฟ้าสดเพื่อดึงดูดสัตว์ผู้ล่าต่างๆ ให้เข้ามาหาและทีมงานของเธอจะได้ศึกษาอย่างสะดวก

นอกจากนี้ หนวดของมันยังมีความน่าสนใจอีกนิดด้วย นักวิทยาศาสตร์ที่สังเกตพวกมันจากเรือดำน้ำลึกพบว่า หนวดแต่ละเส้นของมันจะยาวไม่เท่ากัน หนวดที่ยาวทำหน้าที่จับเหยื่อประเภทไซโฟโนฟอร์ แมงกะพรุน หรือหวีวุ้น ส่วนหนวดที่สั้นกว่ามีไว้จับแพลงก์ตอนสัตว์

Atolla-wyvillei-under-white-light-1

อ้างอิง: หนังสือ Jellyfish: A Natural History (เขียนโดย Lisa-ann Gershwin)
ภาพ: NOAA Ocean Explorer

74251_staurocladia-vallentini-magellan-region-size-3-mm

ชื่อวิทยาศาสตร์: Staurocladia spp. / Eleutheria spp.
หมวดหมู่: Phylum Cnidaria >> Class Hydrozoa >> Order Anthoathecata
สถานที่พบ: ชายฝั่งทั่วโลก

ในขณะที่แมงกะพรุนอื่นๆ ว่ายน้ำอยู่กลางทะเล แต่เจ้าแมงกะพรุนกลุ่มนี้ดันว่ายน้ำไม่เป็น มันจึงต้องใช้ชีวิตเกาะติดกับใบสาหร่าย ใบหญ้าทะเล โดยใช้หนวดแทนขา! โดยหนวดของมันจะแยกเป็น 2 แฉก แฉกหนึ่งมีตัวดูด (sucker) ไว้ยึดติดใบสาหร่าย อีกแฉกทำหน้าที่เหมือนหนวดแมงกะพรุนทั่วไป มีเข็มพิษ โบกสะบัดไปมาเพื่อจับเหยื่อจำพวกแพลงก์ตอนและสัตว์เล็กๆ มากิน

ความพิสดารยังไม่จบเท่านี้ พวกนี้มี 2 เพศในตัวเดียว สามารถผสมภายในตัวเองได้ แถมตัวอ่อนจะเจริญภายในร่างกาย ออกลูกเป็นตัว! หรือจะขยายพันธุ์โดยโคลนนิ่งตัวเองด้วยการแตกหน่อในวัย Medusa ก็ยังได้

อ้างอิง: หนังสือ Jellyfish: A Natural History (เขียนโดย Lisa-ann Gershwin)

ภาพ: http://www.marinespecies.org/hydrozoa/aphia.php?p=image&tid=16356&pic=74251

Cauliflour-Jellyfish-Derek-Keats

ชื่อวิทยาศาสตร์: Cephea cephea
หมวดหมู่: Phylum Cnidaria >> Class Scyphozoa >> Order Rhizostomeae
สถานที่พบ: อินโดแปซิฟิก

กะหล่ำชนิดนี้เราสามารถกินได้! นี่คือหนึ่งในสายพันธุ์แมงกะพรุนที่ถูกมนุษย์จับมาทำเป็นอาหาร โดยเฉพาะในจีนและญี่ปุ่น พวกมันมักเติบโตเป็นวัย Medusa ในช่วงเวลาเดียวกัน ทำให้เกิดภาวะแมงกะพรุนสะพรั่ง (bloom) บ่อยครั้ง ครั้งแรกที่มีบันทึกไว้คือที่อียิปต์ในปี 2011 โดยคาดว่ามีนับหมื่นตัว บางพื้นที่มีความหนาแน่นถึง 20 ตัว ต่อลูกบาศก์เมตร

เจ้ากะหล่ำดอกจะอาศัยอยู่ในน้ำลึกเวลากลางวัน และขึ้นมาที่น้ำตื้นในเวลากลางคืน แถมสามารถเรืองแสงเพื่อให้ผู้ล่าตกใจได้ หน้าตาดูละม้ายคล้ายแมงกะพรุนไข่ดาว ใช่แล้ว! มันอยู่ในวงศ์ Cepheidae เดียวกันนั่นเอง

Cauliflour-Jellyfish-Blooming-Derek-Keats

อ้างอิง: หนังสือ Jellyfish: A Natural History (เขียนโดย Lisa-ann Gershwin)