watermarkedimg16203286065332489646

เมืองไทยขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งใน 'สวรรค์ของนักเดินทางทั่วโลก' และหนึ่งในไฮไลท์ที่ห้ามพลาดเลยก็คือ ความมหัศจรรย์ของโลกใต้ท้องทะเลอันดามันและอ่าวไทย ที่มีเสน่ห์อันน่าหลงใหล และสำหรับใครที่ชอบความชิล อยากลอยตัวมองฝูงปลาแหวกว่ายท่ามกลางแสงแดดที่ส่องทะลุผืนน้ำลงมา หรือดูปะการังสีสันสดใสสบายตา วันนี้เราได้รวบรวม 5 จุดดำน้ำตื้นสุดฮิตในเมืองไทย ที่น้ำใสจนเห็นตัวปลา และยังมีแนวปะการังที่สมบูรณ์งดงาม ให้คนรักทะเลได้เที่ยวชม จะมีเกาะไหน พิกัดใดที่น่าไปโดนบ้าง มาปักหมุดและเก็บข้อมูลไปพร้อมๆ กันเลยค่ะ

1.หมู่เกาะสุรินทร์ จ.พังงา

หมู่เกาะสุรินทร์ ถือเป็นหนึ่งในจุดดำน้ำที่สวยที่สุดของประเทศไทย โดดเด่นด้วยแนวปะการังน้ำตื้นอันอุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะปะการังแข็งหลากรูปทรง สีสันสดใส และฝูงปลาทะเลจำนวนมาก จนได้รับการยกย่องว่าเป็น สวรรค์แห่งปะการังแข็งของทะเลอันดามัน จุดเด่นคือปะการังเขากวางที่กว้างสุดลูกหูลูกตาและน้ำที่นิ่งสงบจนเหมือนว่ายอยู่ในสระว่ายน้ำธรรมชาติ 

จุดดำน้ำ:  อ่าวไม้งาม, อ่าวแม่ยาย, อ่าวสุเทพ, อ่าวสับปะรด และอ่าวช่องขาด ซึ่งแต่ละจุดมีทั้งปะการังเขากวาง ฝูงปลาหลากสี และน้ำทะเลใสแจ๋วจนมองเห็นแนวปะการังได้ชัดจากผิวน้ำ ไฮไลต์สำคัญคือดอกไม้ทะเลและปลาการ์ตูนส้มขาวจำนวนมหาศาล จนหลายคนเรียกที่นี่ว่า “Nemo Paradise” นอกจากนี้ยังมีโอกาสพบเต่าทะเล ฉลามหูดำ และสัตว์ทะเลหายากอีกหลายชนิด แม้เพียงดำน้ำตื้นก็สามารถสัมผัสโลกใต้ทะเลที่สมบูรณ์ได้อย่างใกล้ชิด

การเดินทาง : การเดินทางมายังพังงาสามารถเดินทางได้ทั้งรถยนต์ รถโดยสารประจำทาง หรือเครื่องบิน โดยสนามบินที่ใกล้ที่สุดคือ สนามบินภูเก็ต และสนามบินระนอง ก่อนต่อรถมายังท่าเรืออีกครั้ง จากนั้นสามารถเดินทางโดยเรือสปีดโบ๊ตจากท่าเรือในจังหวัดพังงา เช่น ท่าเรือคุระบุรี, ทับละมุ และบ้านน้ำเค็ม ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง โดยมีทั้งแพ็กเกจแบบ One Day Trip และแบบพักค้างคืนบนเกาะ

2. เกาะหลีเป๊ะ จ.สตูล

เกาะหลีเป๊ะ ได้รับการขนานนามว่าเป็นสวรรค์แห่งท้องทะเลอันดามันใต้ โดดเด่นด้วย "ร่องน้ำจาบัง" จุดดำน้ำตื้นที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยปะการังอ่อนเจ็ดสีที่พลิ้วไหวใต้กระแสน้ำ ปะการังนานาชนิดที่เกาะกลุ่มหนาแน่น น้ำทะเลสีฟ้าใส และฝูงปลาหลากสี สามารถดำน้ำได้ทั้งแบบสน็อกเกิลและสกูบา เหมาะตั้งแต่มือใหม่ไปจนถึงนักดำน้ำที่มีประสบการณ์ โดยฤดูกาลท่องเที่ยวจะอยู่ในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงกลางเดือนพฤษภาคม

จุดดำน้ำ: ไฮไลท์คือ ร่องน้ำจาบัง จุดดำน้ำชื่อดังที่เต็มไปด้วยปะการังอ่อน 7 สีและฝูงปลานานาชนิด, Pattaya Corner แนวปะการังชายฝั่งที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยดอกไม้ทะเลและปลาการ์ตูน รวมถึงเกาะกระและเกาะยาง ที่มีทั้งปะการังเขากวาง ดอกไม้ทะเล และสัตว์ทะเลหายากอย่างเต่าทะเล, ฉลามเสือดาว, กระเบนจุดฟ้า และปลากบให้ได้ลุ้นพบเจอ นอกจากโลกใต้ทะเลอันสวยงามแล้ว บนเกาะยังมีชายหาดขาวละเอียด น้ำทะเลใส และบรรยากาศวิถีชุมชนชาวอูรักลาโว้ย ที่ยังคงเอกลักษณ์ดั้งเดิมไว้อย่างน่าสนใจอีกด้วย  

การเดินทาง: นั่งเรือจากท่าเทียบเรือปากบารา จังหวัดสตูล ซึ่งมีทั้งเรือเฟอร์รีและสปีดโบ๊ต ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งถึง 2 ชั่วโมง โดยสามารถเดินทางมายังท่าเรือปากบาราได้จากสนามบินหาดใหญ่หรือสนามบินตรัง ก่อนต่อรถตู้หรือรถรับส่งมายังท่าเรือ จากนั้นจึงต่อเรือเข้าสู่เกาะหลีเป๊ะ ซึ่งในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวจะมีเรือให้บริการหลายรอบต่อวัน รวมถึงแพ็กเกจท่องเที่ยวและดำน้ำให้เลือกอย่างสะดวกครบครัน

3. หมู่เกาะสิมิลัน จ.พังงา

หมู่เกาะสิมิลัน คือหนึ่งในจุดดำน้ำยอดนิยมที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ด้วยความงดงามของน้ำทะเลสีฟ้าใส แนวปะการังอันอุดมสมบูรณ์ และความหลากหลายของสัตว์ทะเลทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ทำให้ได้รับการขนานนามว่าเป็นสวรรค์กลางทะเลที่นักดำน้ำอยากมาสัมผัส ชื่อของหมู่เกาะ “สิมิลัน” มาจากภาษายาวี แปลว่า “เก้า” ก่อนจะขยายพื้นที่รวมเกาะตาชัยและเกาะบอน จนปัจจุบันมีทั้งหมด 11 เกาะ โดยเปิดฤดูท่องเที่ยวในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเมษายน และปิดฟื้นฟูธรรมชาติในช่วงฤดูมรสุม

จุดดำน้ำ: อ่าวเกือกม้า บนเกาะแปด ที่มีหินเรือใบเป็นแลนด์มาร์กสำคัญ พร้อมแนวปะการังน้ำตื้นและฝูงปลาหลากสี, East of Eden บริเวณเกาะปายู ที่ขึ้นชื่อเรื่องปะการังสวยและความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล รวมถึงหาดหน้าและหาดเล็กบนเกาะสี่ ซึ่งเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไปและมือใหม่ นอกจากนี้ยังมีโอกาสพบเต่าทะเล, ฉลามเสือดาว, กระเบนราหู รวมถึงฝูงโลมาปากขวดได้อีกด้วย

การเดินทาง: ส่วนใหญ่จะออกจากท่าเรือทับละมุ อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา ใช้เวลาเดินทางด้วยสปีดโบ๊ตราว 1 ชั่วโมงครึ่ง นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมายังพังงาได้ทั้งรถยนต์ รถโดยสารประจำทาง หรือเครื่องบิน โดยสนามบินที่ใกล้ที่สุดคือสนามบินภูเก็ตและสนามบินระนอง ก่อนต่อรถมายังท่าเรือ ซึ่งในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวจะมีบริษัททัวร์และแพ็กเกจดำน้ำให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ทั้งแบบ One Day Trip และแบบพักบนเรือ liveaboard สำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสโลกใต้ทะเลอันดามันอย่างเต็มอิ่ม

4.เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี

เกาะเต่า เป็นหนึ่งในจุดดำน้ำที่มีชื่อเสียงที่สุดของฝั่งอ่าวไทย และได้รับความนิยมทั้งจากนักดำน้ำชาวไทยและต่างชาติ ด้วยน้ำทะเลสีฟ้าใส แนวปะการังที่กระจายตัวรอบเกาะ และความหลากหลายของสัตว์ทะเลที่สามารถพบได้แม้เพียงดำน้ำตื้น รอบเกาะเต็มไปด้วยอ่าวเล็กและกองหินใต้น้ำที่อุดมสมบูรณ์ ทั้งปะการังแข็ง ปะการังอ่อน ดอกไม้ทะเล ฟองน้ำทะเลสีสันสดใส และฝูงปลาหลากชนิด โดยฤดูที่เหมาะกับการท่องเที่ยวมากที่สุดอยู่ในช่วงเดือนมีนาคมถึงมิถุนายน ซึ่งเป็นช่วงที่มีโอกาสพบฉลามวาฬได้บ่อยที่สุดแห่งหนึ่งของไทย

จุดดำน้ำตื้น: ไฮไลท์ยอดนิยมของเกาะเต่าได้แก่ อ่าวฉลาม ที่สามารถพบเต่าทะเลและฉลามหูดำได้แม้สน็อกเกิลจากชายหาด, หินขาว จุดดำน้ำที่เต็มไปด้วยปลาสวยงามและแนวปะการังสมบูรณ์, อ่าวโตนด และอ่าวม่วง ที่เหมาะสำหรับมือใหม่ด้วยน้ำค่อนข้างนิ่งและน้ำทะเลใส นอกจากนี้ยังมีสวนญี่ปุ่นบริเวณเกาะนางยวน ซึ่งเป็นจุดดำน้ำตื้นชื่อดังที่มีปะการังน้ำตื้นสวยงามและฝูงปลาหลากสีให้ชมอย่างใกล้ชิด ความพิเศษของเกาะเต่าคือสามารถพบสัตว์ทะเลได้หลากหลาย ตั้งแต่เต่ากระ, ปลาการ์ตูน, ปลาสาก, ปลานกแก้ว ไปจนถึงหมึกกระดองและปลากระเบน อีกทั้งยังมีโครงการอนุรักษ์ปะการังและสัตว์ทะเลหลายแห่งที่ช่วยรักษาความสมบูรณ์ของระบบนิเวศใต้ทะเลรอบเกาะไว้ได้อย่างดี

การเดินทาง: สามารถเดินทางได้หลายเส้นทาง ทั้งจากจังหวัดชุมพร เกาะสมุย และจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยวิธีที่ได้รับความนิยมคือ นั่งเรือเร็วจากท่าเรือทุ่งมะขามน้อย จังหวัดชุมพร ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 45 นาที หรือเดินทางจากสุราษฎร์ธานีและเกาะสมุยด้วยเรือเฟอร์รีและเรือสปีดโบ๊ต นอกจากนี้ยังมีแพ็กเกจรถทัวร์และเรือจากกรุงเทพฯ ให้บริการแบบครบวงจร เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางสะดวกและวางแผนทริปดำน้ำได้ง่ายตลอดทั้งปี

สรุป

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของจุดดำน้ำตื้นสวยๆ ในประเทศไทยเท่านั้น เพราะจริงๆ แล้วทะเลไทยยังมีแหล่งดำน้ำที่น่าสนใจอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น หมู่เกาะพีพี, หมู่เกาะรอก, เกาะกูด หรือ หมู่เกาะชุมพร ซึ่งแต่ละแห่งก็มีเสน่ห์และความงดงามของโลกใต้ทะเลแตกต่างกันออกไป ทั้งแนวปะการังสีสันสดใส ฝูงปลาหลากชนิด และสัตว์ทะเลหายากที่รอให้นักท่องเที่ยวได้ไปสัมผัสด้วยตาตัวเองการดำน้ำตื้นจึงไม่ใช่แค่กิจกรรมท่องเที่ยว แต่ยังเป็นโอกาสให้เราได้ใกล้ชิดธรรมชาติและเรียนรู้ความอุดมสมบูรณ์ของทะเลไทยมากขึ้น สำหรับใครที่เริ่มวางแผนทริป อย่าลืมเตรียมอุปกรณ์ดำน้ำให้พร้อม รวมถึงเลือกใช้ครีมกันแดดที่เหมาะกับกิจกรรมทางทะเล เพื่อช่วยปกป้องทั้งผิวและสิ่งแวดล้อม เช่น ครีมกันแดดที่เป็นมิตรต่อปะการัง และสามารถช่วยป้องกันการระคายเคืองจากแมงกะพรุนหรือแตนทะเลได้ ก็จะช่วยให้ทริปดำน้ำสนุกและสบายใจยิ่งขึ้นตลอดการเดินทาง